อันตรายจากปลาปักเป้าและหมึกบลูริง 

หมึกบลูริง หมึกสายวงน้ำเงินหรือหมึกบลูริงเป็นหมึกขนาดเล็ก อันตรายปลาปักเป้า มีจุดเด่นคือสีสันตามลำตัวที่เป็นจุดวงกลมขายแหวนสีน้ำเงินหรือสีม่วงซึ่งสามารถเรืองแสงได้

เมื่อถูกคุกคามตัดพื้นลำตัวสีขาวหรือเขียวหมึกสายวงน้ำเงินมากพักหลบอยู่ตามโรงหินหรือเปลือกหอย แล้วจะออกหากินในเวลากลางคืนชอบเคลื่อนที่ไปตามพื้นหน้าดิน

เพื่อหาอาหารมากกว่าที่จะว่ายน้ำสามารถพบได้ทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเล อันดามันอาศัยอยู่ในเขตน้ำตื้นชายฝั่งที่มีหน้าดินทั้งแบบโคลนกรวดหรือทราย

อันตรายปลาปักเป้า

แม้หมึกบลุริงจะดูสวยงาม แต่น้ำลายของหมึกสายวงน้ำเงินนั้นมีพิษที่ร้ายแรงมากซึ่งร้ายแรงกว่างูเห่าถึง 20 เท่าผู้ที่ถูกกัดจะตายภายใน 2-3 นาทีโดยหมึกสายวงฟ้าเพียงตัวเดียวมีพิษมากพอที่จะ

สามารถฆ่าคนได้ 26 คนในคราวเดียวนับเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกจากพิษของหมึกสายวงน้ำเงินนั้นเรียกว่า ไดโตรโนท็อกซิน ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกันกับที่พบในปลาปักเป้า

คนที่ถูกพิษจะมีอาการ คล้ายเป็นอัมพาตหายใจไม่ออกเนื่องจากกล้ามเนื้อกระบังลมและหน้าอกไม่ทำงานทำให้ไม่สามารถนำอากาศเข้าสู่ปอดได้สิ่งนั้นจึงเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตที่

สำคัญคือหมึกสายวงน้ำเงินเบอร์ถูกหยิบสลับและความสับสนไปอยู่บนมื้ออาหารซึ่งผ่านการประกอบอาหารมาแล้ววงน้ำเงินจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

ซึ่งหลายคนอาจจะสังเกตไม่เห็นแถมอันตรายต่อที่สองก็คือพิษของมันสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 200 องศาเซลเซียสซึ่งนั่นหมายถึงแม้จะนำมาปรุงสุกแล้วพิษนี้ก็ยังคงอยู่ 

อันตรายปลาปักเป้า

ปลาปักเป้า สำหรับปลาปักเป้า มีอยู่ 2 ชนิดได้แก่ปลาปักเป้าน้ำจืดและปลาปักเป้าทะเลซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างก็มีพิษและเป็นพิษคนละชนิดเท่านั้นด้วยพิษของมันจะอยู่ในอวัยวะภายในทั้งตับและลำไส้หรือ

แม้แต่หนังของป่าส่วนบริเวณที่มีพิษมากที่สุดก็คือไข่ปลาปักเป้าโดยเฉพาะ เพราะในช่วงฤดูปลาวางไข่นั้นจะมีมากที่สุดในเนื้อปลาปักเป้าจะมีพิษน้อยหรือไม่มีเลย

การที่เนื้อปลาปักเป้ามีพิษนั้นเกิดมาจากการแล่เนื้อปลาหรือการทำปลาด้วยวิธีการที่ไม่ระมัดระวังและไม่ถูกต้องและพิษจากปลาปักเป้านั้นก็ทนต่อความร้อนสูงอีกทั้งความเค็มจากการแปรรูปเป็นปลาร้านั้นก็ไม่สามารถทำลายพิษนี้ลงได้

โดยอาการหลังจากถูกพิษจะมีอาการชาที่ลิ้นปลายนิ้วมือคลื่นไส้อาเจียนในการแรกอาจถึงขั้นรุนแรงอาจเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้